กระเบื้องมีกี่ประเภท? เจาะลึก 7 ชนิดและขนาดที่เหมาะสมสำหรับการใช้งาน

การเลือกวัสดุปูพื้นและผนังเป็นหนึ่งในขั้นตอนที่สำคัญที่สุดของการสร้างบ้านหรือการรีโนเวทอาคาร เพราะนอกจากความสวยงามที่สัมผัสได้ด้วยตาเปล่าแล้ว “กระเบื้อง” ยังเปรียบเสมือนผิวหนังของบ้านที่ต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อม การใช้งาน และกาลเวลา ความทนทานและการใช้งานที่เหมาะสมจึงเป็นปัจจัยที่ไม่ควรมองข้าม แต่หลายท่านอาจจะมีคำถามว่า กระเบื้องมีกี่ประเภทและแต่ละแบบมีความแตกต่างกันอย่างไร 

ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านกระเบื้อง Keratile Ceramic ขอพาไปทำความรู้จักกับประเภทของกระเบื้องแบบเจาะลึก เพื่อให้คุณสามารถเลือกวัสดุที่ตอบโจทย์ทั้งดีไซน์และการใช้งานได้อย่างมืออาชีพ ไม่ว่าจะเป็นการปูพื้นห้องนั่งเล่นที่ต้องการความอบอุ่น หรือกระเบื้องสระว่ายน้ำที่ต้องการความทนทานสูงสุด

เจาะลึกประเภทกระเบื้องยอดนิยมในปัจจุบัน

เมื่อถามว่า “กระเบื้องมีกี่ประเภท” คำตอบอาจหลากหลายขึ้นอยู่กับกฎเกณฑ์การแบ่ง แต่หากแบ่งตามวัสดุและกระบวนการผลิตที่นิยมใช้กันในงานสถาปัตยกรรมปัจจุบัน เราสามารถจำแนกออกเป็น 7 ประเภทหลัก ซึ่งแต่ละประเภทมีคุณสมบัติโดดเด่นที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ดังนี้

1. กระเบื้องเซรามิก

กระเบื้องเซรามิก (Ceramic Tile) เป็นกระเบื้องพื้นฐานที่ได้รับความนิยมสูงสุดและพบเห็นได้บ่อยที่สุดในที่พักอาศัย ผลิตจากการนำดิน หิน และแร่ธาตุต่างๆ มาผ่านกระบวนการเผาด้วยความร้อนสูง โครงสร้างของกระเบื้องชนิดนี้แบ่งออกเป็น 2 ส่วนชัดเจนคือ เนื้อกระเบื้อง (Body) และชั้นเคลือบผิว (Glaze) ซึ่งชั้นเคลือบนี้เองที่ทำให้กระเบื้องมีสีสันและลวดลายที่แตกต่างกัน ตั้งแต่สีพื้นเรียบๆ ไปจนถึงลายไม้หรือลายหินอ่อนที่ดูสมจริง เซรามิกเป็นชนิดกระเบื้องที่มีราคาเข้าถึงง่าย ตัดแต่งได้สะดวกด้วยเครื่องตัดกระเบื้องทั่วไป จึงตอบโจทย์การปูผนังในห้องครัว ห้องน้ำ หรือปูพื้นในบริเวณที่ไม่ได้รับน้ำหนักมากนัก เช่น ห้องนอน หรือห้องนั่งเล่น เป็นต้น

  • ข้อดี – ราคาประหยัด มีลวดลายและสีสันให้เลือกเยอะมากที่สุดในท้องตลาด ตัดแต่งและติดตั้งง่าย เป็นชนิดกระเบื้องที่ช่างทั่วไปมีความคุ้นเคย
  • ข้อเสีย – เนื้อกระเบื้องมีความแข็งแรงน้อยกว่ากระเบื้องพอร์ซเลน ดูดซึมน้ำได้มากกว่า ทำให้ไม่เหมาะกับพื้นที่ที่มีการสัญจรบ่อยๆ หรือพื้นที่ภายนอกที่ต้องตากฝนตลอดเวลา เพราะอาจเกิดการแตกร้าวจากความชื้นสะสมได้

2. กระเบื้องพอร์ซเลน

หากคุณกำลังมองหากระเบื้องที่มีความทนทานสูง กระเบื้องพอร์ซเลน (Porcelain Tile) คือคำตอบ เนื่องจากกระเบื้องชนิดนี้ผลิตจากส่วนผสมของดินขาวคุณภาพสูงและแร่ธาตุอื่นๆ นำไปเผาที่อุณหภูมิสูงกว่า 1,200 องศาเซลเซียส (สูงกว่าเซรามิกทั่วไป) ซึ่งกระบวนการนี้ทำให้เนื้อกระเบื้องหลอมละลายจนเป็นเนื้อเดียวกัน ส่งผลให้มีความแน่นสูงมาก รูพรุนน้อย และมีอัตราการดูดซึมน้ำต่ำเพียง 0.05% ด้วยคุณสมบัติกันน้ำที่เป็นเลิศนี้ กระเบื้องพอร์ซเลนจึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการใช้เป็นกระเบื้องปูสระว่ายน้ำ พื้นห้องน้ำในโซนเปียก หรือปูพื้นในพื้นที่สาธารณะที่มีการสัญจรบ่อยครั้ง เพราะทนต่อรอยขีดข่วน แรงกระแทก และความชื้นได้ดีเยี่ยม

  • ข้อดี – มีความแข็งแรงทนทานสูง อายุการใช้งานยาวนาน ดูดซึมน้ำต่ำ ทนต่อรอยขีดข่วน เหมาะสำหรับตกแต่งทั้งภายใน ภายนอก และทำสระว่ายน้ำ
  • ข้อเสีย – มีราคาสูงกว่ากระเบื้องเซรามิกทั่วไป ตัดแต่งยากกว่าเนื่องจากมีความแข็งสูง จำเป็นต้องใช้ใบตัดเฉพาะและช่างที่มีความชำนาญ

3. กระเบื้องแกรนิตโต้

กระเบื้องแกรนิตโต้ (Granito Tile) จริงๆ แล้วเป็นกระเบื้องพอร์ซเลนชนิดหนึ่งที่ไม่มีการเคลือบสี หรือที่เรียกว่า Homogeneous Tile โดยเนื้อกระเบื้องจะเป็นเนื้อเดียวกันทั้งแผ่นตั้งแต่ผิวหน้าไปจนถึงท้องกระเบื้อง หากเกิดอุบัติเหตุจนมีรอยขีดข่วนหรือบิ่นกะเทาะ พื้นผิวด้านในก็จะยังมีสีเดียวกับด้านนอก ทำให้มองเห็นรอยได้ยากกว่ากระเบื้องเคลือบ มีความแข็งแกร่งทนทานสูงมาก รับน้ำหนักได้ดี จึงนิยมใช้ปูพื้นห้างสรรพสินค้า อาคารสำนักงาน หรือพื้นที่ภายนอกที่ต้องการความทนทานเป็นพิเศษ

  • ข้อดี – ทนทานต่อการขีดข่วนและรับน้ำหนักดี ตัวกระเบื้องเป็นเนื้อเดียวกันตลอดทั้งแผ่น ทำให้สังเกตเห็นรอยขีดข่วนได้ยาก ดูแลรักษาง่าย
  • ข้อเสีย – พื้นผิวอาจลื่นเมื่อเปียกน้ำ โดยเฉพาะในบางรุ่นที่มีการขัดผิวเงา ลวดลายอาจไม่หลากหลายเท่ากระเบื้องเคลือบ ส่วนใหญ่มักเป็นลายหินธรรมชาติ

4. กระเบื้องดินเผา

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการตกแต่งในสไตล์ธรรมชาติ เน้นความอบอุ่น และความคลาสสิกแบบดั้งเดิม กระเบื้องดินเผา (Earthenware Tile) ถือเป็นตัวเลือกที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว ผลิตจากดินเหนียวธรรมชาติเผาไฟในอุณหภูมิต่ำกว่าเซรามิกและพอร์ซเลน ทำให้เนื้อกระเบื้องมีความพรุนตัวสูง สามารถระบายความร้อนได้ดี ให้ความรู้สึกเย็นสบายเท้าเมื่อสัมผัส มักนำมาใช้เป็นกระเบื้องดินเผาสระว่ายน้ำตามรีสอร์ทสไตล์ทรอปิคอล หรือใช้ตกแต่งผนังเพื่อสร้างบรรยากาศที่อบอุ่น ผ่อนคลาย โดยสีของกระเบื้องมักเป็นสีส้มแดงตามธรรมชาติของดินที่ใช้ผลิต

  • ข้อดี – ให้ความสวยงามแบบธรรมชาติ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ระบายความร้อนได้ดี ราคาไม่สูง
  • ข้อเสีย – ดูดซึมน้ำสูงมากและแตกหักง่ายในเกรดทั่วไป แต่หากเป็นกระเบื้องศิลาดล (Celadon Tile) เกรดสำหรับสระว่ายน้ำ จะมีความทนทานและดูดซึมน้ำต่ำกว่า

5. กระเบื้องแก้ว

กระเบื้องแก้วหรือบล็อกแก้วโดดเด่นที่ความแวววาว ความสดใส และความโปร่งใสของเนื้อวัสดุ ซึ่งช่วยสะท้อนแสงไฟและแสงธรรมชาติ ทำให้พื้นที่ดูสว่าง สดชื่น และมีมิติมากขึ้น อีกทั้งเนื้อแก้วมีความทนทานต่อความชื้นและสารเคมีได้ดีเยี่ยม นิยมใช้เป็นกระเบื้องตกแต่งผนังห้องน้ำ ห้องครัว หรือใช้เป็นลูกเล่นคาดลายในสระว่ายน้ำ แต่เนื่องจากพื้นผิวมีความลื่นเมื่อเปียกและรองรับแรงกระแทกได้ไม่ดีนัก จึงไม่เหมาะสำหรับการปูพื้นทางเดิน

  • ข้อดี – สวยงาม แวววาว สีสันสดใสไม่ซีดจาง ดูดซึมน้ำต่ำ พื้นผิวลื่นทำให้ทำความสะอาดคราบมันและสิ่งสกปรกได้ง่าย
  • ข้อเสีย – รองรับแรงกระแทกได้น้อย แตกหักง่ายเมื่อถูกของแข็งกระแทก มีราคาสูง ติดตั้งยากกว่ากระเบื้องทั่วไป โดยต้องใช้กาวซีเมนต์สำหรับแก้วโดยเฉพาะ

6. กระเบื้องโมเสค

กระเบื้องโมเสค (Mosaic Tile) เป็นกระเบื้องชิ้นเล็กๆ เช่น 1×1 นิ้ว หรือ 2×2 นิ้ว ที่นำมาเรียงต่อกันบนตาข่ายเพื่อให้ติดตั้งง่ายเป็นแผ่นใหญ่ จุดเด่นคือมีความยืดหยุ่นในการติดตั้งตามจุดต่างๆ สามารถปูเข้าโค้งมุมต่างๆ ได้ดีเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นขอบสระว่ายน้ำ หรือเสาทรงกลม จึงเป็นที่นิยมสูงสุดในการใช้เป็นกระเบื้องสระว่ายน้ำ (Pool Tiles) เพราะร่องยาแนวที่มีจำนวนมากช่วยเพิ่มแรงเสียดทาน กันลื่นได้ดี และยังสามารถสร้างสรรค์ลวดลายศิลปะ ไล่เฉดสี หรือทำเป็นภาพต่างๆ ได้อย่างอิสระ

  • ข้อดี – ปูเข้าโค้งเข้ามุมได้ดี กันลื่นได้ดีจากร่องยาแนว สามารถสร้างลวดลายและงานศิลปะได้หลากหลาย
  • ข้อเสีย – ขนาดที่เล็กของกระเบื้องทำให้มีร่องยาแนวเยอะ จึงต้องทำความสะอาดบ่อยๆ มีราคาสูงกว่ากระเบื้องแผ่นใหญ่ การติดตั้งต้องใช้ช่างที่มีความชำนาญเพื่อความเรียบเนียน

7. กระเบื้องซีเมนต์ หรือ ไฟเบอร์ซีเมนต์

กระเบื้องซีเมนต์เป็นกระเบื้องที่ออกแบบมาเพื่อเน้นความดิบเท่ เรียบง่าย สไตล์ลอฟท์ (Loft) หรืออินดัสเทรียล ผลิตจากปูนซีเมนต์อัดขึ้นรูป อาจมีการผสมเส้นใยเพื่อเพิ่มความเหนียวและความแข็งแรง เหมาะสำหรับการปูทางเดินภายนอก ลานจอดรถ ทางเท้า หรือพื้นที่ที่ต้องการความแข็งแรง ทนแดดทนฝน และดูแลรักษาง่าย ทั้งนี้ ผิวสัมผัสอาจมีความหยาบกว่ากระเบื้องชนิดอื่นๆ เพื่อกันลื่น

  • ข้อดี – แข็งแรงทนทานต่อสภาพอากาศ ให้ลุคที่ดูดิบเท่ตามสไตล์ลอฟท์ มีราคาเข้าถึงง่าย
  • ข้อเสีย – ผิวสัมผัสหยาบ อาจมีรูพรุนที่สะสมฝุ่นได้ง่าย กระเบื้องแต่ละแผ่นมีน้ำหนักมาก ทำให้โครงสร้างต้องรับน้ำหนักมากขึ้น

ขนาดกระเบื้องที่ควรรู้

นอกจากเรื่องประเภทกระเบื้อง อีกหนึ่งคำถามที่หลายคนสงสัยคือ กระเบื้องปูพื้นมีกี่ขนาด เพราะการเลือกขนาดที่สัมพันธ์กับพื้นที่ห้องจะช่วยให้งานออกมาสวยงาม ลงตัว พร้อมลดการตัดกระเบื้องและเศษกระเบื้องเหลือใช้ แม้ในปัจจุบันจะมีขนาดและรูปทรงกระเบื้องหลากหลายให้เลือกใช้งาน อย่างไรก็ตาม ขนาดกระเบื้องมาตรฐานที่นิยมใช้ ได้แก่

กระเบื้องขนาดเล็ก (Small Format)

  • ขนาด – 10×10 ซม. (4×4 นิ้ว), 15×15 ซม. (6×6 นิ้ว), 20×20 ซม. (8×8 นิ้ว) และกระเบื้องโมเสคที่มีขนาด 2.5×2.5 ซม. (1×1 นิ้ว)
  • การใช้งาน – เหมาะสำหรับพื้นที่ขนาดเล็ก หรือพื้นที่ที่ต้องการกันลื่น เช่น พื้นห้องน้ำโซนเปียก ปูผนังตกแต่งเพื่อสร้างลวดลาย หรือใช้ปูสระว่ายน้ำเพื่อให้เข้ากับรูปทรงโค้งเว้าได้ง่าย

กระเบื้องขนาดกลาง (Medium Format)

  • ขนาด – 30×30 ซม. (12×12 นิ้ว), 40×40 ซม. (16×16 นิ้ว)
  • การใช้งาน – เป็นขนาดมาตรฐานที่ใช้ได้ทั่วไป ทั้งห้องนอน ห้องครัว และระเบียง ติดตั้งง่ายและหาซื้อได้ทั่วไป

กระเบื้องขนาดใหญ่ (Large Format)

  • ขนาด – 60×60 ซม. (24×24 นิ้ว), 60×120 ซม. (24×48 นิ้ว) ไปจนถึงแผ่นใหญ่พิเศษ (Slab)
  • การใช้งาน – เป็นที่นิยมมากในปัจจุบัน เหมาะสำหรับห้องโถงขนาดใหญ่ ห้องรับแขก หรือพื้นที่ที่ต้องการความหรูหรา ทันสมัย มีรอยต่อน้อย ทำให้พื้นที่ดูกว้างขวาง ต่อเนื่อง และทำความสะอาดง่ายขึ้น

รูปทรงและแพทเทิร์นกระเบื้องพิเศษ

นอกจากรูปทรงสี่เหลี่ยมในขนาดต่างๆ แล้ว ปัจจุบันยังมีกระเบื้องรูปทรงต่างๆ ที่ช่วยเพิ่มลูกเล่นและความโดดเด่นให้กับงานออกแบบได้อีกด้วย ยกตัวอย่างเช่น 

  • ทรงพัด (Fan/Fish Scale) –  ให้ความรู้สึกอ่อนช้อย คล้ายเกล็ดปลา เหมาะสำหรับตกแต่งผนังห้องน้ำหรือ Backsplash
  • ทรงโบว์ (Bow/Ribbon) –  ช่วยสร้างความน่าสนใจและมิติที่ดูแตกต่างให้กับพื้นที่นั้นๆ 
  • วงกลม (Circle/Penny Round) –  กระเบื้องทรงกลมมักมาในรูปแบบโมเสค ให้ความรู้สึกน่ารักและย้อนยุคเล็กน้อย
  • สามเหลี่ยม (Triangle) – เป็นรูปทรงที่สามารถจัดเรียงได้หลายรูปแบบ เพื่อสร้างแพทเทิร์นหรือกราฟิกต่างๆ
  • สี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน (Rhombus/Diamond) – สามารถใช้เพื่อสร้างมิติภาพลวงตา (3D Effect) ได้ดีเมื่อเลือกใช้แผ่นกระเบื้องที่มีสีต่างกัน
  • สี่เหลี่ยมคางหมู (Trapezoid) – สามารถนำมาเรียงต่อกันให้เกิดลวดลายที่แปลกใหม่และไม่ซ้ำใคร
  • ทรงมุมฉาก (Right-Angled/L-Shape) เหมาะสำหรับการสร้างแพทเทิร์นแบบสาน หรือลายก้างปลา

การทำความเข้าใจผิวกระเบื้องแต่ละประเภท ถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการออกแบบพื้นที่บ้าน อาคาร หรือสระว่ายน้ำในฝันให้เป็นจริง โดยหากต้องการความทนทานสูงสุดสำหรับพื้นที่เปียกชื้นหรือสระว่ายน้ำ กระเบื้องพอร์ซเลนคือหนึ่งในทางเลือกที่ดีที่สุด หากต้องการงานดีไซน์ที่ละเอียดอ่อนและเข้ามุมโค้งได้ดี กระเบื้องโมเสคอาจเป็นคำตอบที่ใช่ หรือหากต้องการความคลาสสิกที่เป็นเอกลักษณ์กระเบื้องศิลาดลก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจเช่นกัน กล่าวได้ว่า การเลือกวัสดุที่ถูกต้องไม่เพียงช่วยประหยัดงบประมาณในการซ่อมสระว่ายน้ำหรือปรับปรุงพื้นในอนาคต แต่ยังสะท้อนถึงรสนิยมการตกแต่งและความใส่ใจของเจ้าของพื้นที่ได้เป็นอย่างดี

หากคุณกำลังมองหาผู้เชี่ยวชาญด้านกระเบื้อง ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้รับเหมารับทำสระว่ายน้ำ สถาปนิก หรือเจ้าของบ้านที่ต้องการกระเบื้องคุณภาพสูง Keratile Ceramic พร้อมเป็นคำตอบให้กับคุณ เพราะเราคือผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตและจำหน่ายกระเบื้องเกรดพรีเมียมที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ทั้งยังสามารถแนะนำกระเบื้องสระว่ายน้ำและกระเบื้องตกแต่งที่มีคุณภาพ ทนทาน สวยงาม และน่าสนใจ เพื่อให้คุณตกแต่งพื้นที่และสร้างสระว่ายน้ำที่สมบูรณ์แบบตรงตามความต้องการ

Keratiles Ceramic ผู้ผลิตกระเบื้องสระว่ายน้ำและกระเบื้องตกแต่งชั้นนำของไทย

บริษัท เคอร่าไทล์ เซรามิก จำกัด คือ ผู้ผลิตกระเบื้องเซรามิกชั้นนำของไทยตั้งแต่ปี 2547 มีความเชี่ยวชาญด้านกระเบื้องสระว่ายน้ำและกระเบื้องตกแต่งพรีเมียม ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 9001 และได้รับตรา Thailand Trust Mark โดดเด่นด้วยลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์และมีสีให้เลือกกว่า 200 เฉดสี ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าในกว่า 30 ประเทศทั่วโลก พร้อมให้บริการส่งออก การสนับสนุนทางเทคนิค และการออกแบบตามความต้องการ

ติดต่อเรา:

Scroll to Top